Category: ตรวจเอชไอวี

ตรวจเอชไอวีไม่เจอ?

การตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวี  ถ้าผลตรวจออกมาเป็นลบ หรือไม่เจอเชื้อ ก็เป็นการได้เริ่มต้นป้องกันตัวเองอย่างจริงจัง หรือถ้าตรวจเจอเชื้อ ก็ถือว่าเป็นการรู้ตัวก่อนที่จะป่วยขึ้นมา เพื่อได้เข้าสู่กระบวนการรักษาแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่ป่วยหรือ เสียชีวิตจากโรคเอดส์ อีกทั้งสามารถป้องกันคนที่เรารักและคนอื่นๆ ไม่ให้ติดเชื้อจากเราได้ การตรวจหาเชื้อเอชไอวี สามารถแบ่ง 2 ลักษณะ คือ ตรวจคัดกรอง และตรวจยืนยัน 1. การตรวจคัดกรอง คือ การตรวจเพื่อกรองบุคคลผู้มีความเสี่ยงจากการได้รับเชื้อเอชไอวี ว่ามีโอกาสได้รับเชื้อหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการตรวจโดย Rapid Test เป็นชุดตรวจที่ตรวจง่าย รู้ผลรวดเร็วภายในไม่กี่นาที ซึ่งมีความแม่นยำสูง  หากผลตรวจพบว่า มีโอกาสพบเชื้อเอชไอวี ผู้ตรวจควรดำเนินการตรวจยืนยันที่โรงพยาบาล หรือคลินิกได้ทันที การตรวจแบบคัดกรองนี้ไม่สามารถยืนยัน หรือสรุปได้ว่าคุณเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี 2. การตรวจยืนยัน คือ การตรวจยืนยัน อีกครั้งหลังจาก คุณทำการตรวจคัดกรองมาแล้ว...

ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง อินสติ INSTI ตรวจง่าย ตรวจบ่อยได้ มั่นใจชัวร์

หากกล่าวถึง “ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง” นับว่าเป็นเรื่องใหม่ที่หลายคนให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นแนวทางใหม่ที่ยังไม่คุ้นชินในเมืองไทยเท่าใดนัก หนึ่งสิ่งที่มาพร้อมกับการประชาสัมพันธ์และการนำเสนอทางเลือกใหม่ให้กับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี คือความไม่มั่นใจและกังวลใจต่อการตรวจตลอดจนความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์จากการตรวจด้วยชุดตรวจเอชไอวี เมื่อเปรียบเทียบกับการตรวจในสถานพยาบาล จะมีความแตกต่างหรือไม่อย่างไร รวมทั้งการเปรียบเทียบความคุ้มค่าต่อประสิทธิภาพที่ได้มา เรียกง่าย ๆ ว่าเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ได้คิดค้นมาเพื่อลดอัตราการแพร่กระจายของเชื้อเอชไอวี ด้วยวิธีการตรวจด้วยตนเองยังเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนมองว่าเป็นเครื่องมือที่ต้องให้ความระมัดระวัง ทั้งในด้านการตรวจที่ต้องมีความเข้าใจอย่างละเอียด และความรู้ความเข้าใจในการรับมือต่อผลตรวจอีกด้วย ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองได้เริ่มประกาศให้จำหน่ายได้อย่างถูกต้องเมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ไม่นานเท่าไรนักต่อการรับรู้ ในประสิทธิภาพและข้อดีของชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองนี้ ดังนั้นบทความนี้เราจึงเลือกที่จะนำเสนอเนื้อหาให้ได้ทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง โดยเราจะเจาะลึกไปที่ประสิทธิภาพตลอดจนขั้นตอนการตรวจอย่างครอบคลุมให้มากที่สุด ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองได้รับอนุญาตในไทยแล้ว เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2562 ได้มีการประกาศให้ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการคัดกรองเอชไอวีที่สามารถจำหน่ายได้อย่างถูกต้องภายในประเทศไทย กล่าวโดยรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในขณะนั้น จากแต่เดิมในไทยเป็นฐานการผลิตที่มีผู้ประกอบการจำนวนหนึ่ง ซึ่งไม่ได้ประกาศให้สามารถขึ้นทะเบียน และเมื่อได้มีการพิจารณาจากสภากาชาดไทยร่วมกับกรมควบคุมโรค และหน่วยงานด้านเอดส์ต่าง ๆ...

การตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง VS ตรวจเอชไอวีที่คลินิก

การตรวจเอชไอวี (HIV Test) การตรวจเอชไอวีนับว่าเป็นหนึ่งในแนวทางการป้องกันการติดเชื้อและการแพร่เชื้อเอชไอวีที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีระยะแรกมักจะไม่แสดงอาการให้เห็นอย่างชัดเจน ทำให้เกิดการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้โดยไม่รู้ตัว ตลอดจนการเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่ออาการที่รุนแรงมากยิ่งขึ้นในที่สุด ด้วยเหตุนี้เอง “การตรวจเอชไอวี” จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งไม่ว่าจะในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีโดยตรง หรือ ผู้คนทั่วไป การหันมาตรวจเอชไอวีอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง ย่อมเป็นการดีต่อการรับมือกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงทีนั่นเอง ในขณะเดียวกันเทคโนโลยีในการตรวจเอชไอวีในปัจจุบัน ได้มีการค้นคว้าวิจัยอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา เพื่อให้สามารถยับยั้งเชื้อไวรัสเอชไอวีได้ 100% ซึ่งแน่นอนว่าในปัจจุบันหน่วยงานทางด้านการแพทย์ยังไม่สามารถหาแนวทางการรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีให้หายขาดได้ ซึ่งนวัตกรรมที่ได้มีการคิดค้นและมีประสิทธิภาพมากที่สุดคือ วิธีการตรวจหาเชื้อไวรัสเอชไอวีได้อย่างรวดเร็ว จากแต่เดิมที่ผู้ที่มีความเสี่ยงจะต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองเบื้องต้นภายในสถานพยาบาล หรือ คลินิกเฉพาะด้านเกี่ยวกับเอชไอวี ได้มีการพัฒนา ชุดตรวจเอชไอวี ที่สามารถตรวจได้ด้วยตนเอง ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับสากลมากมาย โดยที่ผู้ตรวจเจาะเลือดจากปลายนิ้วมือ หรือ ตรวจจากน้ำลายเท่านั้น ที่สำคัญคือใช้ระยะเวลาในการแสดงผลตรวจเอชไอวีเพียงไม่กี่นาที  การพัฒนาด้านการตรวจเอชไอวีในปัจจุบัน แรกเริ่มของการตรวจเอชไอวี แน่นอนว่าจะต้องเข้ารับการตรวจยืนยันในสถานพยาบาลเท่านั้น ซึ่งต่อมาเมื่อระยะเวลาผ่านไปการพัฒนาด้านการแพทย์ที่มีต่อเอชไอวี ย่อมดีขึ้นเรื่อย...

ใครบ้างที่ควรตรวจเอชไอวี?

ใครบ้างที่ควรตรวจเอชไอวี เอชไอวี เป็นเชื้อที่สามารถทำลายภูมิคุ้มกันของร่างกายและถือเป็นอีกหนึ่งโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สำคัญ การตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวี เป็นอีกหนึ่งวิธีดูแลตัวเองและป้องกันตัวด้านเพศสัมพันธ์ การตรวจเพื่อหาเชื้อเอชไอวีจะช่วยให้เรารู้สถานะของตัวเอง สามารถป้องกัน รักษา และเข้าใจเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นี้มากขึ้น  ใครที่ควรตรวจเอชไอวี หากระบุตัวเองว่ามีพฤติกรรมเสี่ยงหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อเอชไอวีต่อไปนี้ ควรอย่างยิ่งที่จะเข้ารับการตรวจเอชไอวีเพื่อที่จะได้รู้สถานะการติดเชื้อของตนเอง    ผู้ที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย             การเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ เป็นพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีอย่างมาก เพราะเป็นการยากที่จะทราบได้ว่าคู่นอนของเรามีเชื้อเอชไอวีแฝงอยู่ในร่างกายหรือเปล่า หรือเราอาจจะได้รับเชื้อเอชไอวีมาแล้วไม่แสดงอาการ ก็อาจกลายเป็นพาหะของเชื้อนี้ได้โดยไม่รู้ตัว              ขณะเดียวกัน ผู้ที่มีคู่นอนคนเดียวมีความเสี่ยงต่ำกว่าเนื่องจากเราและคู่สามารถตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ และเราทราบได้ว่าตัวเองและคู่ของเรามีประวัติการมีเพศสัมพันธ์อย่างไร ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย             การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักมีความเสี่ยงในการรับเชื้อเอชไอวีมากกว่าช่องทางอื่น ๆ เพราะเป็นบริเวณที่บอบบางและไม่มีสารหล่อลื่นตามธรรมชาติ มีโอกาสเกิดอาการบาดเจ็บและแผลที่สามารถเป็นช่องทางให้เชื้อเอชไอวีเข้าสู่ร่างกายได้             มีการวิจัยเกี่ยวกับการติดเชื้อเอชไอวีในกลุ่มความเสี่ยงนี้อีกด้วยว่าประชากรชายรักชาย 1 ใน 3 ที่อาศัยกรุงเทพมหานครฯมีเชื้อเอชไอวี และส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตัวเองมีเชื้อเอชไอวี  ผู้ที่วางแผนจะใช้ชีวิตร่วมกันฉันสามีภรรยา             องค์การอนามัยโลกได้แนะนำว่าคู่รักควรเข้ารับการตรวจเอชไอวีด้วยกัน การได้รับการตรวจและการให้คำปรึกษาโดยสมัครใจหมายความว่าทั้งคู่ได้รับการทดสอบร่วมกัน รับผลลัพธ์ และแบ่งปันสถานะการติดเชื้อของทั้งสองฝ่ายด้วยการสนับสนุนจากที่ปรึกษา จากนั้นคุณสามารถพูดคุยและตัดสินใจเกี่ยวกับตัวเลือกการป้องกัน การรักษา และการสนับสนุนที่หลากหลายได้     ผู้ที่วางแผนจะตั้งครรภ์...

“LOVE2TEST” เว็บไซต์น้องใหม่ โปรเจ็คพิเศษจาก มูลนิธิเพื่อรัก (love foundation) เพิ่มช่องทางตรวจเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และรับบริการPrEP PEP ทั่วประเทศ

วานนี้ (1 ธันวาคม พ.ศ. 2563) มูลนิธิเพื่อรัก (love foundation) ได้เปิดตัวเว็บไซต์ “LOVE2TEST” หนึ่งในโปรเจ็คใหม่ล่าสุด เพิ่มช่องทางในการค้นหาสถานที่ให้บริการ ตรวจเอชไอวีได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ให้ผู้ที่อยู่ในภาวะกลุ่มเสี่ยง หรือผู้ที่ต้องการเข้ารับการตรวจเอชไอวี Love2Test มาภายใต้คอนเซปต์ ‘Know Your Status ตรวจไว รักษาได้’ มุ่งเน้นไปกับการให้ความสำคัญต่อการตรวจหาเชื้อเอชไอวีเพื่อจะได้รู้ถึงสถานะของตัวเองที่จะเป็นผลดีต่อการวางแผนการใช้ชีวิต นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการให้คำแนะนำเกี่ยวกับเอชไอวี การให้บริการด้านการใช้ยาเพร็พ (PrEP) ยาเป๊ป (PEP) และการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพราะทางเว็บไซต์ต้องการสนับสนุนการดูแลสุขภาพ และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้ารับการตรวจ โดยให้ผู้ที่ต้องการเข้ารับการตรวจสามารถค้นหาสถานที่ที่มีบริการตรวจเอชไอวีรวมถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงและสะดวกต่อการเดินทาง และทำการจองตรวจได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านเว็บไซต์ www.love2test.org หรือผ่าน Application...

ประโยชน์ของการตรวจเอชไอวีมีอะไรบ้าง

ประโยชน์ของการตรวจเอชไอวี HIV หรือเอชไอวี เป็นเชื้อไวรัสที่ส่งต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน การใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น หรือการส่งต่อเชื้อจากแม่สู่ลูก (ทั้งนี้ การส่งต่อเชื้อจากแม่สู่ลูกในปัจจุบันมีอัตราที่ลดต่ำลงอย่างมีนัยยะสำคัญตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557) หากรับเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ร่างกายแล้ว จะส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอลงจากการที่เชื้อเข้าไปทำลายภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย ถ้าไม่ได้รับการตรวจและรักษาโดยเร็วอาจจะทำให้เชื้อลามไปสู่ระยะที่เรียกว่า ‘โรคเอดส์’ ซึ่งยากต่อการรักษาได้ การเข้ารับการตรวจเอชไอวีจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อผู้มีความเสี่ยงทุกคน ตรวจเอชไอวีดีอย่างไร             การตรวจเอชไอวีส่งผลดีต่อผู้เข้ารับการตรวจในหลายแง่มุม ดังต่อไปนี้ รู้สถานะของตัวเอง             การตรวจเอชไอวีจะทำให้ทราบสถานะการติดเชื้อของตัวเองว่าเป็นอย่างไร มีส่วนช่วยในการวางแผนใช้ชีวิตที่สอดคล้องต่อสถานะของตัวเองต่อไป คลายความกังวลว่าตัวเองจะติดเชื้อเอชไอวีหรือไม่             สำหรับผู้ที่เพิ่งผ่านความเสี่ยงที่จะติดเชื้อเอชไอวีมามักมีความกังวลถึงสถานะการติดเชื้อของตัวเอง การตรวจเอชไอวีเป็นวิธีที่มีความชัดเจนและแม่นยำที่ช่วยให้เราทราบสถานะของตัวเอง นอกจากนี้ยังช่วยคลายความสงสัยและความกังวลในผู้ที่มีผลลัพธ์เป็นลบ   ถ้าผลเลือดเป็นลบ สามารถวางแผนเพื่อรักษาสถานะต่อไป             ผลเลือดแสดงผลเป็นลบ นั่นหมายถึง ผู้เข้ารับการตรวจอยู่ในสถานะไม่ติดเชื้อหรือปลอดเชื้อ หลังได้ทราบผลลัพธ์แล้ว ผู้เข้ารับการตรวจสามารถปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการป้องกันตัวเองเพื่อรักษาสถานะไม่ติดเชื้อต่อไปได้ ถ้าผลเลือดเป็นบวก สามารถเข้ารับการรักษาได้ทันที              ผลเลือดเป็นบวกเท่ากับว่าผู้เข้ารับการตรวจมีเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ร่างกายเรียบร้อยแล้ว โดยปกติแพทย์จะนำเข้าสู่กระบวนการรักษาทันที ผู้ติดเชื้อจะได้สามารถวางแผนการรักษา ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลตัวเองให้มีสุขภาพแข็งแรง การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี รวมไปถึงวิธีเพิ่มภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับเชื้อไวรัสในร่างกาย             ในบางครั้ง ผู้ที่ได้รับเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ร่างกายอาจไม่มีการแสดงอาการอะไรออกมาจนกว่าจะเข้าสู่ระยะโรคเอดส์เต็มขั้น ยิ่งรู้ผลเร็ว ยิ่งรักษาเร็ว...

วิธีการตรวจเอชไอวีมีกี่แบบ?

วิธีการตรวจเอชไอวีมีกี่แบบ การตรวจเอชไอวี (HIV- Human Immunodeficiency Virus) เป็นการตรวจเพื่อหาว่ามีเชื้อเอชไอวีที่จะส่งผลให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายบกพร่องอยู่ในร่างกายหรือไม่ สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงหรือมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่มีความสุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อ เช่น ผู้ที่ไม่ได้สวมถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ ผู้ที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น มารดาที่ติดเชื้อเอชไอวีและมีการตั้งครรภ์ เป็นต้น  ข้อดีของการตรวจเชื้อเอชไอวี การตรวจเอชไอวีถือเป็นอีกวิธีหนึ่งในวิธีการป้องกันตัวเองจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นอกเหนือจากการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย ฯลฯ             เพราะการตรวจเอชไอวีจะช่วยให้ทราบสถานะของตนเองว่ามีเชื้อในร่างกายหรือไม่ ถ้าไม่มีเชื้อเอชไอวี ก็ช่วยให้ผู้รับการตรวจเกิดความสบายใจและตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันตัวเองมากขึ้น แต่ถ้าพบเชื้ออยู่ในร่างกาย จะทำให้ผู้รับการตรวจสามารถเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงทีและไม่ส่งต่อเชื้อสู่ผู้อื่น วิธีการตรวจเอชไอวีมีกี่แบบ ปัจจุบัน วิธีการตรวจเอชไอวีที่เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายว่ามีประสิทธิภาพในการตรวจหาเชื้อเอชไอวีในร่างกายมีอยู่ 2 รูปแบบ HIV Ag/Ab combination assay      เป็นการตรวจแบบทางอ้อม เพราะไม่ใช่การตรวจตัวเชื้อโดยตรงแต่ตรวจหาภูมิคุ้มกัน (Antibody) ที่สร้างเพื่อต่อต้านเชื้อด้วยการใช้น้ำยา ปัจจุบันมีน้ำยาสองชนิดที่ถูกนำมาใช้             Gen 3 (3rd Generation) ‘น้ำยาเจนสาม’ สามารถใช้ตรวจหา Antibody — สารหรือโปรตีนที่ออกมาทำลายตัวเชื้อโรค อันได้แก่ IgM และ IgG น้ำยาตัวนี้สามารตรวจได้ในผู้ที่รับเชื้อมาแล้วประมาณ 3 – 4 สัปดาห์             Gen 4 (4th Generation) ‘น้ำยาเจนสี่’ เป็นน้ำยารุ่นล่าสุด...