การตรวจ HIV ในทารกที่คลอดจากแม่ที่มีเชื้อเอชไอวีต้องใช้การตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัสโดยตรง (PCR) ไม่ใช่การตรวจหาแอนติบอดีแบบผู้ใหญ่ เพราะแอนติบอดีของแม่อาจค้างอยู่ในเลือดลูกได้จนอายุ 24 เดือน แนวทางของไทยปี 2568 ให้ตรวจ PCR ตามนัดในช่วง 4 เดือนแรก (ทารกความเสี่ยงสูงเริ่มตั้งแต่สัปดาห์แรก) และใช้ผลแอนติบอดีที่เป็นลบตอนอายุ 24 เดือนยืนยันปิดท้ายว่าไม่มีเชื้อ
ถ้าอ่านแค่บรรทัดเดียว ให้จำว่า ผลตรวจแอนติบอดีของลูกก่อนอายุ 24 เดือนอาจเป็นแอนติบอดีของแม่ คำตอบที่เชื่อถือได้มาจากผล PCR ที่ตรวจตามนัดจนครบ
ทำไมตรวจแอนติบอดีแบบผู้ใหญ่แล้วบอกสถานะของลูกไม่ได้
ชุดตรวจเอชไอวีทั่วไปของผู้ใหญ่มองหาแอนติบอดี คือโปรตีนที่ร่างกายสร้างขึ้นสู้เชื้อ แต่ระหว่างตั้งครรภ์ แอนติบอดีของแม่ผ่านรกไปถึงลูกได้ ลูกจึงมีแอนติบอดีต่อเอชไอวีตั้งแต่เกิด แม้ตัวลูกจะไม่มีเชื้อก็ตาม
แนวทางการตรวจวินิจฉัยของไทยปี 2568 ระบุว่าแอนติบอดีของแม่อาจอยู่ในร่างกายลูกได้นานถึงอายุ 12–24 เดือน และชุดตรวจปัจจุบันไวพอจะให้ผลบวกจากแอนติบอดีระดับต่ำนี้ได้จนลูกอายุ 24 เดือน ฉบับก่อนหน้า (ปี 2564/2565) เคยคาดว่าแอนติบอดีนี้จะหมดไปในช่วงอายุ 6–18 เดือน
ถ้าอยากเทียบว่าการตรวจแต่ละแบบมองหาอะไร อ่านเพิ่มได้ที่รูปแบบการตรวจวินิจฉัยเอชไอวีที่ใช้ในผู้ใหญ่ หรือคลังความรู้เรื่องการตรวจเอชไอวีแบบครบทุกขั้น
แปลว่าอะไรสำหรับคุณ: ถ้ามีคนนำชุดตรวจแบบหาแอนติบอดีมาตรวจลูกที่อายุยังไม่ถึง 24 เดือน ผลที่ได้ไม่ควรใช้ตัดสินสถานะของลูก ให้ถามทีมแพทย์เรื่องนัดตรวจ PCR แทน
ตรวจ HIV ในทารก ใช้วิธีไหนแทน
นโยบายกระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้เด็กทุกคนที่เกิดจากแม่ที่มีเชื้อเอชไอวีได้ตรวจหาเชื้อให้เร็วที่สุด ด้วยการตรวจสารพันธุกรรมของไวรัส (NAT) เช่น HIV DNA PCR ซึ่งเพิ่มจำนวนชิ้นส่วนสารพันธุกรรมของไวรัสจนเครื่องตรวจเห็นได้ จึงไม่ถูกรบกวนจากแอนติบอดีของแม่
ไทยบรรจุการตรวจทารกระยะแรกไว้ในโครงการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกตั้งแต่ปี 2550 ตัวอย่างเลือดส่งได้ทั้งแบบเลือดในหลอดและแบบหยดบนกระดาษซับเลือด (dried blood spot) ซึ่งส่งทางไปรษณีย์ธรรมดาได้ โรงพยาบาลที่อยู่ไกลห้องแล็บจึงส่งตัวอย่างมาตรวจได้
แปลว่าอะไรสำหรับคุณ: ถ้าออกจากโรงพยาบาลแล้วยังไม่มีใบนัดตรวจเลือดลูก ให้โทรถามทันที
ลูกต้องตรวจกี่ครั้ง และตรวจตอนอายุเท่าไร
จำนวนครั้งขึ้นกับระดับความเสี่ยง แนวทางปี 2568 นับเป็นความเสี่ยงสูงเมื่อ
- ปริมาณไวรัสในเลือด (viral load) ของแม่ช่วงใกล้คลอดหรือหลังอายุครรภ์ 32 สัปดาห์ สูงกว่า 50 copies/mL หรือยังตรวจพบไวรัส
- แม่ไม่ได้กินยาต้านไวรัส กินไม่สม่ำเสมอ หรือกินต่อเนื่องน้อยกว่า 12 สัปดาห์
- แม่เพิ่งได้รับเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ เช่น ตรวจเลือดตอนฝากครรภ์ครั้งแรกเป็นลบ แล้วมาเป็นบวกภายหลัง
- ลูกได้กินนมแม่ในช่วงที่แม่เพิ่งติดเชื้อระยะเฉียบพลัน
ความเสี่ยงทั่วไปคือ viral load ของแม่ใกล้คลอดไม่เกิน 50 copies/mL หรือตรวจไม่พบ และแม่กินยาต้านไวรัสสูตร 3 ตัวสม่ำเสมอต่อเนื่องอย่างน้อย 12 สัปดาห์
| แนวทาง | นัดตรวจหาเชื้อช่วงแรก | การตรวจปิดท้าย |
|---|---|---|
| ไทย ปี 2568 ทารกความเสี่ยงทั่วไป | PCR เมื่ออายุ 4 สัปดาห์ขึ้นไป และเมื่ออายุ 2 เดือน | ผลแอนติบอดีลบเมื่ออายุ 24 เดือน ยืนยันว่าไม่มีเชื้อแน่นอน |
| ไทย ปี 2568 ทารกความเสี่ยงสูง | PCR เมื่ออายุ 0–7 วัน, 4 สัปดาห์ขึ้นไป, 2 เดือน และ 4 เดือน | ผลแอนติบอดีลบเมื่ออายุ 24 เดือน ยืนยันว่าไม่มีเชื้อแน่นอน |
| องค์การอนามัยโลก (WHO) ปี 2024 | NAT ตอนแรกเกิด 4–6 สัปดาห์ 9 เดือน และ 18 เดือน หรือ 3 เดือนหลังหยุดนมแม่ | หลังอายุ 18 เดือน ใช้การตรวจแอนติบอดีตามขั้นตอนมาตรฐาน |
| ตัวอย่างจากสหราชอาณาจักร (aidsmap) | หลังคลอดก่อนออกจากโรงพยาบาล, 2 สัปดาห์ (ถ้าความเสี่ยงสูง), 4–6 สัปดาห์ และ 10–12 สัปดาห์ | ตรวจแอนติบอดีครั้งสุดท้ายตอนอายุ 24 เดือน |
แปลว่าอะไรสำหรับคุณ: ยึดนัดของโรงพยาบาลที่ดูแลลูก และถามทีมแพทย์ว่าลูกอยู่ในความเสี่ยงระดับไหน
ตรวจตอนแรกเกิดแล้ว ทำไมยังต้องไปตามนัดเดือนที่ 1, 2 และ 4
ตารางแปลผลในแนวทางปี 2568 อธิบายว่า ผล PCR แรกเกิดที่เป็นลบแปลว่าลูกน่าจะไม่ได้รับเชื้อตั้งแต่อยู่ในครรภ์ แต่ยังสรุปไม่ได้ว่ารับเชื้อระหว่างคลอดหรือไม่ แนวทางยังระบุว่าในทารกความเสี่ยงสูง ผลลบจากการตรวจช่วงอายุ 0–7 วันไม่นับรวมเป็นจำนวนครั้งที่ใช้สรุปผล
ยาป้องกันที่ทารกได้รับนาน ๆ อาจกดไวรัสจน PCR จับได้ยาก ทารกความเสี่ยงสูงจึงต้องตรวจยืนยันตอนอายุ 4 เดือน หลังหยุดยาป้องกันแล้วอย่างน้อย 4 สัปดาห์ ถ้าผลช่วงแรกลบ แต่ภายหลังบวกและบวกซ้ำ แนวทางแปลว่าลูกรับเชื้อระหว่างหรือหลังคลอด
แปลว่าอะไรสำหรับคุณ: ผลแรกเกิดที่ไม่พบเชื้อเป็นข่าวดีระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย อย่าข้ามนัดถัดไปแม้ลูกจะดูแข็งแรงดี
ผล PCR ของลูกขึ้นบวกครั้งเดียว สรุปได้หรือยัง
ยังสรุปไม่ได้ แผนภูมิในแนวทางปี 2568 ให้ส่งตรวจ PCR ซ้ำทันทีทุกครั้งที่ได้ผลบวก ถ้าบวกซ้ำ ถือว่าลูกมีเชื้อ และให้เริ่มยาต้านไวรัสเพื่อการรักษาเร็วที่สุดแล้วกินต่อเนื่อง
ถ้าบวกครั้งเดียวแล้วครั้งต่อมาเป็นลบ แนวทางให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ทีมแพทย์จะทบทวนประวัติการได้ยาและความเสี่ยง และดูผลปริมาณไวรัสในเลือด (viral load)แรกรับ เพราะผลแบบนี้อาจเป็นผลบวกลวง หรือเป็นเด็กที่ได้ยาเร็วมาก
- ถ้าโรงพยาบาลโทรตาม ให้พาลูกไปเจาะเลือดซ้ำเร็วที่สุด ไม่ต้องรอนัดเดิม
- ถ้าแพทย์เริ่มยา ให้ลูกกินต่อตามที่สั่ง ห้ามหยุดเอง
แปลว่าอะไรสำหรับคุณ: ผลบวกครั้งแรกคือสัญญาณให้รีบกลับไปยืนยัน ไม่ใช่คำตัดสิน และถ้ายืนยันว่าลูกมีเชื้อ ลูกจะได้เริ่มรักษาตั้งแต่ยังเล็ก
ทำไมยังต้องตรวจแอนติบอดีตอนอายุ 24 เดือน
ตามแนวทางปี 2568 การสรุปว่าลูก "ไม่มีเชื้อแน่นอน" ต้องมีผลแอนติบอดีเป็นลบเมื่ออายุ 24 เดือน ร่วมกับผลตรวจก่อนหน้า เช่น PCR เป็นลบ 2 ครั้งติดกัน โดยครั้งที่สองตรวจเมื่ออายุ 2 เดือนขึ้นไปในทารกความเสี่ยงทั่วไป หรือหลังอายุ 4 เดือนในทารกความเสี่ยงสูง ทั้งนี้ลูกต้องไม่ได้กินนมแม่
ก่อนถึงนัดนั้น แนวทางมีขั้น "น่าจะไม่มีเชื้อ" เช่น ผลแอนติบอดีลบ 1 ครั้งเมื่ออายุ 12 เดือนขึ้นไป ในเด็กที่ไม่เคยมีผล PCR บวก ไม่มีอาการ และผลแล็บปกติ ผลช่วงนี้ต้องอ่านอย่างระวัง
- แอนติบอดีบวกช่วง 12–24 เดือน ทั้งที่ PCR ลบครบ: ถ้าลูกไม่มีอาการ แนวทางถือว่าน่าจะไม่มีเชื้อ แล้วตรวจแอนติบอดีอีกครั้งตอนอายุ 24 เดือน ถ้าผลลบจึงยืนยันว่าไม่มีเชื้อ
- แอนติบอดีบวก และลูกมีอาการผิดปกติ: อาจรับเชื้อหลังคลอด ให้ตรวจ PCR ซ้ำทันที
- PCR บวก 2 ครั้ง แต่ต่อมาแอนติบอดีเป็นลบ: แนวทางแปลว่าเด็กมีเชื้อแต่ปริมาณต่ำมากจนไม่สร้างแอนติบอดี ให้กินยาต่อเนื่องและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
เด็กที่ PCR ยืนยันว่ามีเชื้อก็ยังตรวจแอนติบอดีเมื่ออายุ 24 เดือนขึ้นไปเพื่อเป็นหลักฐาน และกินยาต่อไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร
แปลว่าอะไรสำหรับคุณ: อย่าข้ามนัดตอน 24 เดือน และผลของนัดนี้ต้องอ่านคู่กับผล PCR เสมอ
คำถามที่พบบ่อย
ใช้ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองตรวจลูกที่บ้านได้ไหม
ไม่ควร แนวทางของไทยปี 2568 ไม่แนะนำให้วินิจฉัยเด็กอายุต่ำกว่า 12 เดือนด้วยการตรวจหาแอนติบอดี และเตือนว่าแอนติบอดีของแม่อาจทำให้ผลบวกได้จนอายุ 24 เดือน ถ้าชุดตรวจที่มีอยู่เป็นแบบหาแอนติบอดี ผลที่ได้จะทำให้กังวลโดยไม่จำเป็น หรือทำให้วางใจผิด ๆ
ลูกกินยาป้องกันหลังคลอด ผลตรวจจะคลาดเคลื่อนไหม
อาจมีผล แนวทางจึงให้ทารกความเสี่ยงสูงตรวจครั้งยืนยันหลังหยุดยาป้องกันแล้วอย่างน้อย 4 สัปดาห์ ถ้าผลไม่ตรงกัน ให้ไปตรวจยืนยันตามที่แพทย์นัด
ถ้าให้ลูกกินนมแม่ ตารางตรวจเปลี่ยนไหม
แนวทางของไทยแนะนำให้งดนมแม่และให้นมผสม และก่อนสรุปว่าลูกไม่มีเชื้อต้องตรวจสอบว่าลูกไม่ได้กินนมแม่ ถ้าลูกได้กินนมแม่ ให้แจ้งทีมแพทย์ตามจริงเพื่อประเมินความเสี่ยงและปรับนัดตรวจ ส่วน WHO ให้ตรวจครั้งสุดท้าย 3 เดือนหลังหยุดนมแม่ ไม่มีใครควรถูกตำหนิจากเรื่องนี้
สรุป
ทารกที่คลอดจากแม่ที่มีเชื้อเอชไอวีต้องตรวจด้วย PCR ตามนัดจนครบ เพราะแอนติบอดีของแม่ทำให้การตรวจแบบผู้ใหญ่เชื่อถือไม่ได้จนลูกอายุ 24 เดือน ผลบวกต้องตรวจซ้ำทันที และผลแอนติบอดีลบตอน 24 เดือนคือด่านยืนยันสุดท้าย ถ้าลูกป่วยระหว่างรอผล WHO แนะนำให้ตรวจหาเชื้อได้ทุกครั้งที่ป่วย และถ้ามีข้อสงสัยเรื่องนัดหรือผลตรวจ ให้คุยกับกุมารแพทย์หรือทีมที่ดูแลลูกโดยตรง
แหล่งอ้างอิง
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการตรวจวินิจฉัยและการตรวจติดตามการรักษา การติดเชื้อเอชไอวี ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบ บี ซี ปี 2568
- กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค. แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 (ฉบับก่อนหน้า)
- World Health Organization. Selecting diagnostics for HIV diagnosis — Consolidated guidelines on differentiated HIV testing services (2024)
- Lolekha R, et al. Uptake of early infant diagnosis in Thailand's national program for preventing mother-to-child HIV transmission and linkage to care, 2008–2011. J Int AIDS Soc. 2016;19(1):20511
- aidsmap. Having a baby when you are living with HIV



